กินผักและผลไม้ในโลกยุคใหม่ ล้างด้วยน้ำเปล่าอาจเอาไม่อยู่กินผักและผลไม้ในโลกยุคใหม่ ล้างด้วยน้ำเปล่าอาจเอาไม่อยู่

การปลูกอีกทั้งผักผลไม้ ในตอนนี้มีการแข่งทางตลาดที่สูงมากขึ้น จากจำนวนเกษตรกรที่เพิ่มขึ้นในทุกปี

ต่างก็พากันหาทางปลูกผักผลไม้ให้ออกผลผลิตที่มีความงามน่าซื้อมากที่สุด แต่บนพื้นฐานความเป็นจริงนั้น การจะทำให้ผลผลิตออกมาได้สมรูณ์ในทางลัด ก็มักจะพากันหันไปพึ่งพาสารเคมีกำจัดแมลง
โดยเฉพาะบรรดาแมลงจำพวกที่มักรอมารุกรานสร้างความเดือดร้อน แก่ผลผลิต เสี่ยงต่อความเสื่อมโทรมหรือแนวทางการขายมิได้ราคา จึงยิ่งทำให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดแมลงได้ รวมทั้ง ในที่สุดสารเคมีก็หลงเหลืออยู่บนผลิตผล แล้วก็หากส่งต่อขายมาถึงมือลูกค้า ก็บางทีอาจเป็นภัยร้ายที่ไม่คาดฝันได้
แน่ๆว่าความเข้าใจโดยพื้นฐานของคนทั่วไปเกี่ยวกับการควรจะแช่ล้างผักก่อนเอามาบริโภคนั้น เป็นสิ่งที่รับทราบกันอยู่แล้วมานาน แม้กระนั้นเชื่อหรือไม่ว่ายังมีห้องอาหารอยู่มากมาย ที่ล้างชำระล้างผักผลไม้ด้วยแนวทางที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งจากความละเลยสับเพร่าและก็ทั้งยังจากความไม่คาดคิดถึงการล้างผักที่ถูกแนวทาง ซึ่งกรรมวิธีการล้างด้วยน้ำนั้นนั่บเป็นวิธีพื้นฐานที่มักใช้กัน แต่สำหรับน้ำเปล่านั้นบางกรณีแม้ ไม่ว่าจะล้างไปมาขนาดไหนก็ยากที่จะช่วยลดสารเคมีจากผักได้มากเท่าที่ควร
เคยมีการทดสอบการล้างสารเคมี ด้วยการนำผักกาดขาว ซึ่งเป็นผักที่นิยมขายกันแพร่หลายในทุกตลาด มาทดลองในน้ำผสมสี ที่เปรียบเป็นสารเคมี พบว่ามีการซึมเข้าไปในเนื้อผักอย่างแจ่มแจ้ง เมื่อเฉลี่ยอัตตราสารพิษที่ล้างออกแล้วจะเหลือหลงเหลืออยู่ มากถึง 60% เลยทีเดียว
แต่ว่าการล้างผักก็ยังเกิดเรื่องที่ต้องอยู่ เพราะดีกว่าคุณไม่ได้ล้างสารตกค้างบนผักผลไม้เลย ถึงจะล้างออกได้น้อยก็ตาม ทั้งนี้ยังสำคัญตรงซึ่งสามารถล้างพวกไข่พยาธิบนผัก ป้องกันไม่ให้เข้าสู่ร่างกายได้ด้วยนั่นเอง
กรรมวิธีลดอัดตราเสี่ยงที่ทำได้ อาจจะช่วยได้มากหากคุณเลือก ร้านขายผักผลไม้ที่ติดป้าย ผักปลอดพิษ แล้วก็ได้รับการรับรอง โดย องค์กร อาหารและยา ไว้เป็นร้านประจำ หรือ การทำความรู้จะ กับผู้ค้าผักผลไม้อินทรีย์ปลอดสารไม่ถูก เพื่อจะได้ซื้อขายเป็น ร้านประจำไปเลยอย่างไม่ต้องกังวล แถมยังได้ส่วนลด
ยิ่งไปกว่านี้ผักที่มีรอยเจาะของแมลง เป็นเครื่องหมายของการที่ผักมิได้ผ่านการฉีดสารกำจัดแมลงมา
ทั้งยังสามารถล้างให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นโดยล้างร่วมกับการใช้ด่างทับทิม เป็นแนวทางที่นิยมใช้กันมานานที่สุด เพราะว่าเป็นวิธีที่ออกจะได้ผลดีกว่าการใช้แต่เพียงน้ำกิน ทั้งยังหาซื้อได้ง่าย แต่ว่าจำเป็นต้องระวังการใช้เพราะด่างทับทิมสามารถได้ผลเป็นพิษได้แม้มีการล้างที่ผิดจำต้อง
เว้นแต่ด่างทับทิมแล้ว ยังสามารถใช้น้ำส้มสายชูข้างในห้องครัวแทนได้ เพียงแค่ผสมลงไปในน้ำเพียงเล็กน้อยแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นแช่ลงประมาณ 10-15นาทีเช่นเดียวกันกับลักษณะการใช้ด่างทับทิม แต่วิธีนี้ไม่ควรใช้ประโยชน์กับผักจำพวกดูดน้ำเช่น ผักกาดขาว เนื่องจากอาจอมกลิ่นน้ำส้มสายชูได้